เชื่อว่าหลายๆ คนสงสัย ว่าการทำบุญทำทาน บริจาคเงินให้ขอทานตามข้างถนนต่างๆ ถือเป็นการทำบุญ หรือช่วยคนชั่วทำบาปกันแน่ เพราะสมัยนี้ขอทานที่เราเห็นกันก็ไม่ใช่ขอทานที่ชีวิตเขาลำบากจริงๆ บางคนแกล้งทำตัวพิการเพื่อที่จะเรียกความสงสารจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา หรือบางคนอาจจะโดนค้ามนุษย์ ถูกขโมยมาจากครอบครัวอื่น จับตัดแขนตัดขานั่งขอทาน เช้าจับขึ้นรถแล้วปล่อยลงข้างถนน ตอนเย็นขับรถมารับกลับก็มี
เราเองก็แยกไม่ได้ว่าเขาน่าสงสารจริง หรือเขาจงใจทำตัวน่าสงสารกันแน่ เพราะสังคมสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยเก่า สมัยนี้เต็มไปด้วยมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ เราจึงต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ คิดพินิจพิเคราะห์ให้ดีก่อนเชื่อ หรือตัดสินใจทำสิ่งใด
แล้วคราวนี้ การที่เรามีใจบริจาคเงินแก่ขอทาน หวังจะให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น จริงๆ แล้วเป็นการทำบุญที่ดี หรือเป็นการส่งเสริมการค้ามนุษย์กันแน่?
แล้วคราวนี้ การที่เรามีใจบริจาคเงินแก่ขอทาน หวังจะให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น จริงๆ แล้วเป็นการทำบุญที่ดี หรือเป็นการส่งเสริมการค้ามนุษย์กันแน่?
ให้เงินขอทาน บุญหรือบาป?
การทำบุญนั้น มันมีปัจจัยหลายอย่าง เราทำบุญเพื่ออะไร ทำบุญด้วยอะไร แล้วสุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการทำบุญเป็นเช่นไร เป็นไปตามจุดประสงค์ของการทำบุญที่เราหวังไว้แต่แรกไหม
หากเราทำบุญแล้วเราเกิดความไม่สบายใจ เช่น เรารู้ว่าเรากำลังให้เงินขอทานที่อยู่ในแก๊งโจรชั่ว เรารู้ว่าขอทานคนนั้นไม่ได้รับชีวิตที่ดีขึ้นอย่างที่เราตั้งใจจะบริจาคเงินให้ การทำบุญแบบนี้จึงไม่เรียกว่าการทำบุญ หรือทำบุญแต่ไม่ได้บุญนั่นเอง เช่นเดียวกันกับการปล่อยนกปล่อยปลา หากเราเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา ว่านกกับปลาที่เราปล่อยไป เขาไม่ได้มีชีวิตเป็นอิสระอย่างที่เราเข้าใจ แต่กลับถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจับขึ้นมา เพื่อนำมาปล่อยอีก วนอยู่อย่างนั้น บุญที่เราทำก็ไม่นับว่าเป็นบุญ
ดังนั้น ก่อนจะทำบุญ อยากให้เช็คจนแน่ใจว่าสิ่งที่เราทำไป เขาเหล่านั้นได้บุญ ได้สิ่งดีๆ ตอบแทนไปอย่างที่เราตั้งใจเอาไว้หรือไม่ ไม่ใช่นึกอยากจะทำก็ทำจนไม่ได้มีสติไตร่ตรองให้ดีว่าทำบุญไปแล้วได้อะไร ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีเหตุมีผล ฉะนั้นจะทำบุญก็ต้องมีเหตุมีผลที่สมกันด้วย จึงจะเรียกว่าเป็นการทำบุญที่แท้จริง
การทำบุญนั้น มันมีปัจจัยหลายอย่าง เราทำบุญเพื่ออะไร ทำบุญด้วยอะไร แล้วสุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการทำบุญเป็นเช่นไร เป็นไปตามจุดประสงค์ของการทำบุญที่เราหวังไว้แต่แรกไหม
หากเราทำบุญแล้วเราเกิดความไม่สบายใจ เช่น เรารู้ว่าเรากำลังให้เงินขอทานที่อยู่ในแก๊งโจรชั่ว เรารู้ว่าขอทานคนนั้นไม่ได้รับชีวิตที่ดีขึ้นอย่างที่เราตั้งใจจะบริจาคเงินให้ การทำบุญแบบนี้จึงไม่เรียกว่าการทำบุญ หรือทำบุญแต่ไม่ได้บุญนั่นเอง เช่นเดียวกันกับการปล่อยนกปล่อยปลา หากเราเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา ว่านกกับปลาที่เราปล่อยไป เขาไม่ได้มีชีวิตเป็นอิสระอย่างที่เราเข้าใจ แต่กลับถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจับขึ้นมา เพื่อนำมาปล่อยอีก วนอยู่อย่างนั้น บุญที่เราทำก็ไม่นับว่าเป็นบุญ
ดังนั้น ก่อนจะทำบุญ อยากให้เช็คจนแน่ใจว่าสิ่งที่เราทำไป เขาเหล่านั้นได้บุญ ได้สิ่งดีๆ ตอบแทนไปอย่างที่เราตั้งใจเอาไว้หรือไม่ ไม่ใช่นึกอยากจะทำก็ทำจนไม่ได้มีสติไตร่ตรองให้ดีว่าทำบุญไปแล้วได้อะไร ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีเหตุมีผล ฉะนั้นจะทำบุญก็ต้องมีเหตุมีผลที่สมกันด้วย จึงจะเรียกว่าเป็นการทำบุญที่แท้จริง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น